นี่เพิ่งมาวันที่สองนะ!!

posted on 30 Jan 2008 09:42 by kuwa-ri  in DIARY

ได้ฤกษ์เริ่มเปิดประเดิมบลอคนี้ด้วยความอึดอัดคับข้องใจเหลือประมาณ

มาทำงานเป็นวันที่สองก็โดนจนได้ เชื่อว่านี่น่าจะเป็นปัญหาที่ "น้องใหม่" ทุกท่านคงจะได้พบเจอกับสังคมการทำงานที่เป็นลักษณะของผู้อยู่มาเก่าก่อน

Office ประเภทนี้เป็นลักษณะ Office ที่ไม่ใช่ Office ทันสมัยใหม่จ๋า เป็นบริษัทที่ตั้งมานาน มีผู้บริหารหรือผู้ร่วมงานรุ่นพี่ที่วัยค่อนข้างเยอะอยู่สักหน่อย ทั้งนี้เมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามา (โดยส่วนมากเป็นผู้หญิง) ก็จะเกิดอาการที่เรียกว่า "ตัดไม้ข่มนาม" ขึ้น (ผู้เขียนไม่แน่ใจว่าจะเข้าใจในความหมายผิดแค่ไหน? แต่คิดว่าน่าจะค่อนข้างใกล้เคียง) จะต้องมีการกระทำอะไรซักอย่างที่เป็นแสดงอาการ "ข่มขู่" "บ้าอำนาจ" และนานาอีกสารพัน

 

ยิ่งเป็นเด็กสาวๆจบใหม่อาจจะโดนกลั่นแกล้งเป็นพิเศษ ยิ่งหน้าตาดีด้วยแล้วยิ่งแล้วใหญ่ เพราะบรรดาป้าพวกนี้จะต้องไม่วายขี้อิจฉาเสมอๆ

แม้แต่ตัวผู้เขียนเองก็ไม่เว้น นี่ขนาดอายุก็ไม่ใช่เด็กสาวจบใหม่แล้ว แต่ก็ถือว่าใหม่สำหรับงานนี้

เริ่มเรื่องเลย เข้าทำงานเป็นวันที่แรก ในตำแหน่ง "หน้าห้อง" หน้าห้องเนี่ยมันก็เหมือนกับเลขานั่นแหละ ทำแทบจะทุกอย่าง ถ้านายอยู่ก็เรียกมันอยู่นั่นแหละ สากกะเบือยันเรือรบ

นายบอกว่าจะลาป่วยวันพุธ หมอนัดให้ไปหา ให้เราขอใบลา เราก็ไปขอเอามาให้แกเซ็นต์ ฉับๆ

เรียบร้อยก็เอาไปส่งให้ป้าหน้าห้องของนายใหญ่อีกคน เพราะเขาต้องเป็นคนอนุมัติ เรียกนายหญิงแล้วกัน

วันอังคารป้าหน้าห้องของนายหญิงมาโวย ถามว่าใครเขียนใบลาของนายเรา เราก็บอกว่านายเขียนเอง ป้าหน้าห้องก็บอกว่าเขียนแบบนี้ไม่ได้ เนื่องจากว่าลาป่วยวันที่ต้องเขียนหลังวันที่กลับมา ทำนองว่าใครจะไปรู้ว่าจะป่วยล่วงหน้า แบบนั้น แล้วก็เสียงดังๆ ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องพูดเสียงดัง

เราเอากลับไปให้นายแก้ ชี้แจงตามที่ป้าหน้าห้องคนนั้นบอก นายก็สงสัยว่ามันเป็นการนัดพบหมอแล้วทำไมลาล่วงหน้าไม่ได้ ให้เราโทรไปถามบุคคล

นี่คือบทสนทนา

เรา "พี่คะ ถ้าเกิดว่านายหนูเนี่ยจะลาไปพบแพทย์ตามนัดวันที่ 30 จะเขียนลงในใบว่าเขียนใบลาวันที่ 29 ได้ไหมคะ?"

บุคคล "ได้ค่ะ"

เรา "ได้แน่นะคะ ลาไปพบแพทย์น่ะค่ะ" ย้ำๆ

บุคคล "ได้ค่ะ"

เป็นอันจบ เราก็เดินกลับไปบอกนาย บอกป้าหน้าห้อง ป้าหน้าห้องก็โวยอีกว่า ได้ได้ยังไง ทำไมถึงได้ แล้วก็พูดเหมือนคาดโทษว่า เดี๋ยวจะส่งไปให้คนดูแลถ้าไม่ได้นะโดนด่าแน่

จบวันที่หนึ่ง

วันที่สอง ตอนเย็น 4 โมงกว่าและ มาเลย โวยมาแต่ไกล...เดินฉับๆหน้าตาถมึงทึงมาเลย ใส่เป็นชุด

"พี่บอกแล้วว่าไม่ได้ๆๆๆๆ เป็นไง โดนด่าเปิงมาเนี่ย? น้องคุยกับบุคคลคนไหน? ชื่ออะไร?"

ก็บอกชื่อคุณ.... ป้าแกก็เดินฉับๆกลับไป แล้วเดินกลับมาใหม่

"คุณ....บอกไม่ได้คุยกับน้อง คุยอะไรกัน" อ้าว...........

ตอนนั้นนี่เลือดขึ้นหน้าเลยนะ โมโหมาก โมโหบุคคลน่ะ แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรนะ ได้แต่นั่งทำตาโตเฉยๆ

ซักพักพี่คนดูแลเรื่องการลาพนักงานเดินมา

"น้องชื่ออะไร?" เสียงแข็งเชียวเมิง.... "พี่จะอธิบายให้ฟังนะว่าการลาแบบนี้ลาไม่ได้ ถ้าลาล่วงหน้าต้องเขียนเป็นลากิจ หรือ พักร้อน บุคคลเขาบอกว่าน้องไม่ได้พูดแบบนี้" อ้าว ก็กุถามแล้วถามอีก คนฟังมันฟังก็ต้องอนุมานได้ซีวะว่ากุหมายถึงขีดที่ช่องลาป่วย ห่ะ บุคคลที่นี่ท่าจะไม่มีสมองนะเนี่ย หลายรอบแล้ว ตั้งแต่ตอนเรียกกุเซ็นต์สัญญาแล้ว

ก็ได้แต่นั่งฟังไปแหละนะ แล้วก็พูดว่า "สงสัยจะคุยกันเข้าใจผิดน่ะค่ะ แล้วจะจำไว้ค่ะว่าแบบนี้ไม่ได้" ทำหน้าแอ๊บแบ๊ว...

....แต่ในใจนี่แม่ง......อยากจะกระโดดกัดทุกคนให้หมด ยังมีหน้าทำหน้าแบบว่า กุนี่ไม่รู้อะไรเลย ไม่รู้ระเบียบเลย ห่ะ พวกเมิงลืมไปหรือเปล่าว่า...

กุเพิ่งมาทำงานวันที่สองนะโว๊ยยยยยย!!!!!


ไอ้อยากร้องไห้ก็ร้องอะนะ แต่ด้วยศักดิ์ศรีและอายุมันค้ำคออยู่ ร้องไม่ได้เว๊ย!! ฮึ่มๆๆๆ เออ อยากแกล้งแม่งแกล้งไป กุรู้ว่าที่นี่เวลามีใครเข้ามาใหม่จะทำข่มๆ แบบแสดงอำนาจไรงี้ เอาล่ะ กุเข้าใจ กุจะแอบแบ๊ว จะไร้เดียงสา แต่อย่าเผลอนะเมิง...

เอาล่ะๆ ข้างบนเป็นความรู้สึกส่วนตัว ทีนี้ก็อยากจะบอกน้องๆที่เข้ามาทำงานใหม่ๆว่า สังคมในการทำงานมันไม่เหมือนกับการเรียนการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย มันโหดร้าย แก่งแข่งชิงดียิ่งกว่าละครน้ำเน่า เข้าทำงานใหม่ๆเจอที่ดีๆก็ดีไป แต่ถ้าไม่ ก็ขอให้ทำใจ และคิดว่า ประสบการณ์จะหล่อหลอมให้เราแข็งแกร่งขึ้น (ไปนั่น...) และเมื่อเราผ่านที่เลวร้ายไปได้ เราก็จะคิดถึงเวลาที่ผ่านไปว่า เรายังทนมาได้เลย ทำไมเราจะทนอีกไม่ได้ จริงไหม?

ขอให้ทุกคนโชคดีกับการทำงาน

โบนัสหนักๆค่ะ

 

kuwa[R]i....